บทที่ 3 หวานหวาน

เป็นเวลา 3 เดือนแล้วที่วิสุดาได้เปิดร้านข้าวแกงบุฟเฟต์ของเธอ โดยที่หญิงสาวคิดราคาเพียงจานล่ะ 40 บาทเท่านั้น มีอาหารคาว 7 เมนู อาหารหวาน 3 เมนู แน่นอนว่าสำหรับเด็กสาวที่เพิ่งจะหัดยืนด้วยขาของตัวเองเป็นครั้งแรกมันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย แต่เธอก็ทำได้ในที่สุด

โชคดีตลาดสดที่อยู่ใกล้ ๆ ขายของในราคาที่ถูกมาก ไหนที่บ้านของเธอย่าจะชอบปลูกผักสวนครัวไว้หลังบ้านอยู่แล้ว ดังนั้นหญิงสาวจึงไม่ถึงขั้นต้องควักเนื้อในการลงทุน แม้จะไม่ได้ตั้งราคาสูงเธอก็ได้ทั้งทุนและกำไร

ร้านข้าวแกงจะเปิดขายตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น และหลังจากเปิดร้านวิสุดาก็จะรีบไปหาซื้อวัตถุดิบสดใหม่จากตลาดนัดทันที และเริ่มทำกับข้าวตั้งแต่ตอนเย็นเลย ตื่นมาเปิดร้าน อุ่นอาหารเตรียมขายในเวลาตีห้าครึ่ง นอกจากเพื่อนสนิทกับย่าและเจ๊เจ้าของตึก อีกคนนึงที่เธออยากขอบคุณมากที่สุดก็คือลูกน้อยที่อยู่ในท้อง เพราะนอกจากลูกน้อยจะแข็งแรงมาก ตามคำบอกเล่าของคุณหมอจากการอัลตราซาวด์ครั้งล่าสุด เธอยังไม่มีอาการแพ้ท้องเลยสักนิด ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีอุปสรรคในการทำมาหากิน

“แอวะ!”

ศิลาดลกำลังอาเจียนอย่างหนักอยู่ในห้องน้ำ โดยมีบิดาของเขาช่วยลูบหลังให้

“แม่ว่าไปหาหมอดีกว่ามั้ยลูก”

กชกรเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง วันนี้เป็นวันที่ลูกชายกลับมาเยี่ยมที่บ้าน เธอกับเหล่าแม่ครัวก็ช่วยกันทำอาหารชุดใหญ่ แต่ปรากฏว่าลูกชายทานอะไรไม่ได้เลย แค่ได้กลิ่นอาหารก็ถึงกับอาเจียนแล้ว

“ไม่เป็นไรครับแม่ ผมยังไหว น่าจะเป็นเพราะเมื่อคืนไปดื่มกับเพื่อนมาเลยเมาค้าง”

เขาเลือกคำตอบที่ฟังดูแล้วน่าจะทำให้พ่อแม่สบายใจที่สุด เพราะในใจชายหนุ่มรู้ดีว่ามันไม่ใช่เพราะเมาค้าง

“ลูกกินอะไรไม่ได้เลย แบบนี้กับข้าวของแม่ก็เป็นหม้ายหมดสิ”

กชกรเอ่ยด้วยใบหน้าเศร้ามอง ทำเอาลูกชายที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำต้องพิจารณามองดูอาหารบนโต๊ะ และลองทานอะไรสักอย่างเพื่อถนอมน้ำใจผู้เป็นแม่ และสิ่งที่เขาเลือกก็คือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวหวานอย่างสับปะรด

“สวาปามของเปรี้ยวอร่อยแบบนี้ ถ้าไม่ได้ยินแกบอกว่าเมาค้าง พ่อคงเข้าใจผิดว่าแกไปทำผู้หญิงท้องและแพ้ท้องแทนเมียนะเนี่ย”

คำพูดของธีรพงศ์ทำเอาคนที่กำลังทานสับปะรดอยู่ถึงกับชะงัก

“พูดถึงตอนนั้นแล้วก็ตลกดี เพราะกว่าลูกจะเกิดมาพ่อกับแม่พยายามกันอยู่ตั้งหลายปี ตอนนั้นพ่อเขาเลยเป็นห่วงแม่กับลูกมากจนเกิดความเครียดและแพ้ท้องแทนแม่”

กชกรพูดทั้งรอยยิ้มเมื่อหวนนึกถึงอดีต เธอกับสามีอยู่ในภาวะที่มีบุตรยาก กว่าศิลาดลจะมาเกิดก็หลังจากแต่งงานกันได้ 10 ปี และหลังจากที่ลูกชายคนนี้เกิดมาทั้งสองก็ไม่มีลูกอีกเลย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รักและทะนุถนอมลูกคนนี้มาก

“มันเกิดจากความเครียดเพราะเป็นห่วงลูกกับเมียเหรอครับ ไอ้อาการแบบนี้”

เขาถามบิดามารดาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“ก็คงจะเป็นอย่างนั้น เพื่อนพ่อที่เป็นหมอมันบอกมาแบบนี้น่ะ”

สองสามีภรรยาที่รักกันกลมเกลียวบอกเล่าทั้งรอยยิ้ม ต่างจากบุตรชายของพวกเขาที่หน้าเสียไปแล้ว

‘ฉันจะเป็นห่วงผู้หญิงกับเด็กที่ฉันสั่งให้เธอเอาออกทำไม ไม่ใช่แล้ว’

เขาคิดในใจ ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเองสักที แม้ตลอด 3 เดือนมานี้จะเอาแต่นึกถึงเรื่องของเธอทุกวัน จนชีวิตที่เคยสุขสำราญมันเหี่ยวเฉาลง

“เกิดเรื่องน่าสลดใจขึ้นอีกแล้วนะครับ มีหญิงสาวคนหนึ่งเสียชีวิตจากการทำแท้งเถื่อน…”

เคร้ง! 

ข่าวร้ายที่ได้ยินจากโทรทัศน์ทำเอาศิลาดลใจเสียจนถึงกับทำส้อมจิ้มผลไม้ตก

“ตอนทานข้าวแบบนี้ใครเขาดูข่าวร้ายกัน คุณคะ ช่วยกดเปลี่ยนช่องทีลูกยิ่งไม่สบายอยู่”

แน่นอนว่าท่าทีที่เขาแสดงออกมานั้นทำให้บุพการีรู้สึกเป็นห่วง

“การทำแท้งมันอันตรายถึงขนาดนี้เลยเหรอครับแม่ ผมคิดว่าแค่เอาเด็กออกก็จบซะอีก”

เขาตัดสินใจเอ่ยถามแม่ไปตรง ๆ เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่

“อันตรายสิ อันตรายมาก ยิ่งทำแท้งเถื่อนคือถึงตายได้เลย ที่แม่รู้ก็เพราะสมัยเรียนม.ปลาย มีวิทยากรมาบรรยายเจาะลึกบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ฟัง ก็นะสมัยก่อนสังคมบ้านเรายังไม่มีถุงยางอนามัยขายหรือแจกฟรีให้เห็นบ่อย ๆ แบบทุกวันนี้ และถ้าเด็กผู้หญิงอายุน้อย ๆ เข้าไปซื้อยาคุมกำเนิดในร้านขายยาก็จะถูกมองไม่ดี การทำแท้งเถื่อนในสมัยก่อนเลยมีให้ได้ยินตามข่าวเยอะมาก”

ใบหน้าของคนฟังซีดเซียวลงทันที เพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งผลักไสไล่ส่งให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งไปเผชิญกับเรื่องที่น่ากลัวแบบนี้คนเดียว

หลายวันต่อมา

“อะไรของนายเนี่ย ครั้งที่แล้วตอนมีอะไรกันก็ครางเรียกชื่อของผู้หญิงที่ชื่อหวานหวานอะไรนั่น วันนี้ยังจะนกเขาไม่ขันอีก ถ้าครั้งต่อไปเป็นแบบนี้อีกฉันจะไม่มาหานายอีกแล้ว”

พูดจบ ร่างงามของสาวนักรักก็เดินออกจากห้องนอนของศิลาดลไป

“นี่กูเป็นอะไรไปวะ ครั้งที่แล้วเผลอครางเรียกชื่อยัยนั่นออกมา วันนี้ดันไม่มีอารมณ์อีกทั้งที่โดนยั่วซะขนาดนั้น”

เขาได้แต่นอนบ่นกับตัวเองอย่างรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต หลายวันมานี้ทั้งภาพจิตใจและสภาพร่างกายของเขามันย่ำแย่ไปหมด อาการอยากอาเจียนเวลาได้กลิ่นอาหารก็ดูจะรุนแรงขึ้นทุกวันจนต้องซื้อยามดมกับของเปรี้ยวมาเก็บไว้

อยากจะลองมีเซ็กส์คลายเครียด แต่พอเอาเข้าจริงก็ดันไม่มีอารมณ์อยากจะทำเรื่องอย่างว่ากับผู้หญิงคนไหนมาเป็นเดือนแล้ว คู่นอนคนที่เดินออกไปเมื่อกี้ครั้งล่าสุดที่เขามีอะไรกับเธอก็เมื่อหนึ่งเดือนก่อน และเป็นตอนที่เขาเผลอเรียกชื่อเล่นของวิสุดาออกมา

‘หวานหวาน’ เป็นชื่อที่เขาเอาไว้เรียกเวลาอยู่กับเธอสองคน และมีเขาคนเดียวที่สามารถเรียกเธอแบบนี้ได้ ตั้งแต่วันที่ให้เงินเธอไปทำแท้งเขาก็ไม่ได้เจอหญิงสาวอีกเลย

จนได้รู้จากเพื่อนร่วมรุ่นของเธอในคณะคหกรรมศาสตร์ ว่าเธอนั้นลาออกจนกลับบ้านต่างจังหวัดไปแล้ว เมื่อรู้ว่าเธอเลือกที่จะลาออกเขาก็เดาได้ทันทีว่าหญิงสาวอาจจะไม่ได้ทำแท้ง หนำซ้ำเธอยังเลือกที่จะกลับบ้านต่างจังหวัดแทนที่จะย้ายมหา’ลัย นั่นยิ่งชัดเจนไปอีก ว่าเธออาจจะอยากลาออกไปเลี้ยงลูก

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นกับเขา อย่างเช่นการใจลอยทั้งวัน การเอาแต่คิดถึงเรื่องของเธอจนไม่มีสมาธิในการเรียนและไม่มีอารมณ์ออกไปเที่ยวกลางคืน ล่าสุดยังไม่มีอารมณ์ทางเพศกับผู้หญิงคนอื่นและมีอาการแพ้ท้องแทนเมียอีก

“ต้องทำยังไงให้ความรู้สึกแบบนี้มันหายไป”

และนี่ก็คือคำถามที่เขาตั้งให้กับตัวเอง เขาไม่เข้าใจว่าตัวเองในตอนนี้เป็นอะไรไป และต้องทำยังไงให้หลุดพ้นจากความรู้สึกแบบนี้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป